หน้าแรก ท่องเที่ยวในเกาหลี Tips แนะนำการท่องเที่ยว วิธีการจองตั๋วรถไฟเกาหลี จองเองง่ายๆผ่านเว็บ ไปสัมผัสเกาหลีให้ทั่วกันเถอะ!

วิธีการจองตั๋วรถไฟเกาหลี จองเองง่ายๆผ่านเว็บ ไปสัมผัสเกาหลีให้ทั่วกันเถอะ!

15355
จองตั๋วรถไฟ เกาหลี

มาดูวิธีการ จองตั๋วรถไฟเกาหลี ออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของ KORAIL สำหรับใครที่อยากลองไปเปิดประสบการณ์เที่ยวต่างจังหวัดในประเทศเกาหลี ทีมงานจะไปเกาหลีได้รวบรวมขั้นตอนทั้งหมดในการจองตั๋วรถไฟ ที่ครอบคลุมรถไฟประเภท KTX (รถไฟความเร็วสูง) รถไฟสายอื่น ๆ ไว้ด้วยกัน โดยเราสามารถจองล่วงหน้าได้สูงสุด 1 เดือน (ไม่นับช่วงเทศกาลพิเศษที่จะมีการเปิดจองแยก) และที่สำคัญ เรายังสามารถชำระเงินด้วยบัตรเครดิตต่างประเทศได้อีกด้วย สะดวกสบายขนาดนี้ มาลองดูวิธีกันดีกว่า…

วิธีการจองตั๋วรถไฟในเกาหลี

  1. ไปที่เว็บไซต์ Let’s KORAIL (http://www.letskorail.com)
    หรือเข้าไปยังหน้าจองตั๋ว (ภาษาอังกฤษ) ผ่านลิงก์
    http://www.letskorail.com/ebizbf/EbizBfTicketSearch.do

    จองตั๋วรถไฟ เกาหลี
    หน้าตาของเว็บไซต์ KORAIL สำหรับจองตั๋วรถไฟชนิดต่างๆของเกาหล
  2. กรอกรายละเอียดการเดินทาง

    การจองตั๋วรถไฟ เกาหลี
    (คลิกหรือแตะเพื่อขยายภาพใหญ่)
  • Travel Type : Normal Type จะเป็นเส้นทางรถไฟปกติ ส่วนหัวข้ออื่น ๆ อย่าง O-Train, V-Train, DMZ train ฯลฯ จะเป็นขบวนรถไฟสายพิเศษที่จัดทำสำหรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ มีการให้บริการพิเศษ หรือการตกแต่งภายในขบวนแบบพิเศษ ซึ่งสามารถเลือกหัวข้อนี้และเส้นทางได้ โดยปกติแล้วรถไฟขบวนพิเศษแต่ละเส้นทางจะมีรอบเดินรถที่น้อย ควรศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม
รถไฟสายพิเศษ เกาหลี
เส้นทางของรถไฟขบวนพิเศษที่วิ่งทั่วประเทศเกาหลี (รูปภาพจาก : joins.com)
  • Travel Path : เราสามารถเลือกรูปแบบของรถไฟชนิด Direct ที่วิ่งตรง ไม่มีแวะจอด หรือเลือกแบบ Transfer เพื่อเปลี่ยนสายที่สถานีใดสถานีหนึ่งได้ หากตั๋วของรถไฟเส้นทางตรง “เต็ม” เราสามารถเลือก Transfer เพื่อแวะเปลี่ยนที่สถานีใดสถานีหนึ่งก่อนได้ หรือการแบ่งการเดินทาง เส้นทางครึ่งแรกเป็นรถไฟความเร็วสูง ครึ่งหลังเป็นแบบธรรมดา ก็จะช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้เช่นกัน
  • Date of Departure : วันเดินทาง เลือกวันที่เดินทาง และเวลาที่จะเดินทางโดยประมาณ
  • Departure / Arrival : เลือกชื่อสถานีต้นทาง (Departure) และสถานีปลายทาง (Arrival) โดยการคลิกที่รูปแว่นขาย จะเห็นหน้าต่างพร้อมกับชื่อสถานีต่าง ๆ
  • Type of Train : รูปแบบของรถไฟ หากต้องการเฉพาะรถไฟความเร็วสูง สามารถเลือก KTX ได้ หากรถไฟสายปกติอื่น ๆ สามารถเลือกให้เป็น All เพื่อให้ระบบค้นหาประเภทรถไฟทั้งหมด
  • Passengers : เลือกจำนวนผู้โดยสารที่เดินทางด้วย

หลังจากนั้นให้กด Inquiry เพื่อทำการค้นหา

3. สมมติว่าเราต้องการเดินทางจากสถานียงซาน (Yongsan) ไปสถานีฮัมยอล (Hamyeol) ให้คลิกที่รูปแว่นขยาย

ค้นหาเส้นทางรถไฟ เกาหลี

จะปรากฏหน้าต่างแสดงรายชื่อสถานีทั้งหมดออกมา ให้เลือก Yongsan

รายชื่อ สถานีรถไฟ เกาหลี

4. คลิกเลือกสถานีปลายทาง จากนั้นเลือกวันเดินทาง, ประเภทรถไฟ, จำนวนผู้โดยสาร แล้วกด Inquiry เพื่อทำการค้นหาขบวนรถไฟ

หากเส้นทางที่ค้นหาไม่มี จะปรากฏหน้าพบความผิดพลาด Error ขึ้นแบบนี้.. ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสถานีเริ่มต้น และสถานีปลายทาง มีเส้นทางรถไฟหรือไม่

จองตั๋วรถไฟ เกาหลี

แต่หากมีเส้นทางรถไฟก็จะแสดงรายละเอียดการเดินรถไฟทั้งหมดดังภาพ โดยจะแสดงข้อมูลประเภทรถไฟ, หมายเลขขบวน, สถานีต้นทาง-ปลายทาง, เวลารถออก-เวลาถึง ประเภทของรถไฟ ชั้นธุรกิจ (First class) หรือ ชั้นประหยัด (Economy class) หากมีรถไฟในช่วงเวลาที่เราต้องการ จะมีข้อความ SELECT สีน้ำเงิน เราสามารถเลือกเวลาที่ต้องการ จากนั้นคลิกที่ SELECT เพื่อทำการจอง

รถไฟที่มีให้เลือกก็จะมีหลายประเภท ตั้งแต่ KTX (ความเร็วสูง) เป็นรูปแบบรถไฟที่ดีที่สุดและแพงที่สุด ใช้ระยะเวลาในการเดินทางน้อยกว่าเมื่อเทียบกับ ITX, Mugunghwa, Nuriro แต่แน่นอนว่ารถไฟสายเหล่านี้ จะมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าเยอะ แลกกับเวลาที่ใช้ในการเดินทางนิดหน่อย หากใครอยากประหยัดงบก็ให้คำนวณเวลาการเดินทางเพิ่มเติม

รถไฟเกาหลี

เราสามารถเช็คค่าโดยสารได้โดย คลิกที่ รูปแว่นขยาย ตรงช่อง FARE จะแสดงราคาค่าโดยสาร โดยแบ่งการแสดงเป็นราคาของชั้นธุรกิจ (First Class), ชั้นประหยัด (Economy class) ตั๋วยืนหรือตั๋วที่ไม่ได้มีหมายเลขระบุที่นั่ง (Standing/Non-reserved seat) โดยแยกเป็นตามราคาผู้ใหญ่ (Adult) และเด็ก (Child) (อายุต่ำกว่า 4 ปี)

 

หากเราเลือกตั๋วรถไฟที่เป็นแบบ Transfer ที่มีการเปลี่ยนขบวน หน้าต่างนี้ก็จะแสดงราคาทั้งหมดของ ขบวนแรก (First train) และ ขบวนที่สอง (Connecting Train) แยกไว้ด้วยดั่งตัวอย่างในรูปด้านล่าง ซึ่งตอนชำระเงินก็จะชำระพร้อมกันทั้งหมด และได้ตั๋ว 2 ใบแยกกันสำหรับทั้ง 2 เที่ยว

ตั๋วรถไฟ แบบ transfer
ตัวอย่างการแสดงราคาของตั๋วแบบ Transfer

5. เมื่อตรวจสอบข้อมูลการเดินทางเรียบร้อย ก็จะเป็นขั้นตอนของการกรอกข้อมูลผู้โดยสาร และการชำระเงิน

หน้าจ่ายเงิน จองตั๋วรถไฟ ออนไลน์ บนเว็บ เกาหลี

ข้อมูลที่ต้องใช้ในการจอง ก็จะเป็นชื่อผู้โดยสาร (ผู้จอง), สัญชาติ, อีเมล และข้อมูลสำหรับการชำระเงิน จะต้องใช้บัตรเครดิตต่างประเทศ โดยกรอกหมายเลขบัตร และวันหมดอายุ โดยหากต้องการชำระด้วยบัตรเครดิตของไทย ให้เลือกช่อง (Credit card) issued overseas

กด Next เพื่อเป็นการยืนยันการชำระเงิน

6. สิ้นสุดการจองตั๋วรถไฟ เราจะได้หน้าตั๋ว (e-ticket) เพื่อใช้สำหรับยืนยันอีกครั้ง ภายในจะระบุหมายเลขขบวน วันเดินทาง รายละเอียดที่นั่งทั้งหมด สามารถพิมพ์เพื่อใช้ในการตรวจสอบได้

จองตั๋วรถไฟ เกาหลี ออนไลน์

เพียงแค่นี้ เราก็พร้อมแล้วสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในเกาหลี เราสามารถนำเอกสารที่พิมพ์ไว้ไปขึ้นรถไฟได้เลย โดย ไม่ต้องไปติดต่อที่เคาน์เตอร์ หรือขึ้นตั๋วแยกต่างหาก

คำแนะนำเกี่ยวกับการนั่งรถไฟในเกาหลี

1. ควรจดจำหมายเลขขบวนรถไฟ ที่ปรากฏอยู่ในบัตรโดยสาร เพราะ การสังเกตหมายเลขขบวนรถและเวลาที่รถไฟออก จะช่วยให้ง่ายต่อการค้นหาหมายเลขชานชาลา (Track) ที่จะต้องไปขึ้นรถไฟ

ป้ายไฟ แสดง ขบวนรถไฟ เกาหลี
ตัวอย่างป้ายไฟในสถานีรถไฟ ที่แสดงขบวนรถไฟที่มาจอดเทียบชานชาลา

ตัวอย่างการเช็คว่าต้องขึ้นรถไฟที่ชานชาลาไหน

เมื่อสักครู่ที่เราได้พาจองตั๋วรถไฟไปสถานี Hamyeol ให้ลองสังเกตข้อมูล ในหน้าตั๋วโดยสารที่จองไว้ ช่อง Train No. จะเห็นว่าเป็นรถไฟแบบ Mugunghwa หมายเลขบวน 1401 เวลาออกจากสถานี Yongsan คือ 07:19 น. เมื่อมาที่สถานีสังเกตดูที่ป้ายจริง ๆ จะเห็นว่าไม่มีสถานี Hamyeol ปรากฏอยู่บนหน้าจอ นั่นก็เป็นเพราะว่าสถานีนี้ เป็นสถานีจอดระหว่างทาง บนป้ายจะแสดงเฉพาะสถานีเริ่มต้นและสุดสายเท่านั้น ดังนั้นการเช็คชานชาลา ผ่านเวลาที่รถไฟออก และหมายเลขขบวน จึงจะสะดวกกว่ามาก ในที่นี้เราจะเห็น 07:19 ซึ่งเป็นเวลาออก และหมายเลขขบวนรถไฟ 1401 แสดงอยู่บนหน้าจอ

2. เช็คที่นั่งให้ถูก บนบัตรโดยสารจะแสดง หมายเลขตู้รถไฟ (Car No.) และ หมายเลขที่นั่ง (Seat No.) รถไฟสายเก่า ๆ อย่าง Mugungwha จะเป็นตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่สำหรับ KTX (รถไฟความเร็วสูง) จะมีตัวอักษรภาษาอังกฤษกำกับเพิ่มเติม ให้เช็คที่นั่งให้ถูกต้อง เพื่อความไม่สับสน และหากเรานั่งในตำแหน่งที่ถูกต้อง พนักงานจะไม่ตรวจสอบบัตรโดยสาร เนื่องจากว่าข้อมูลตรงตามผังการนั่งของผู้โดยสาร หากเรานั่งผิดตำแหน่งก็อาจจะโดนถาม หรือขอตรวจสอบบัตรโดยสารได้

จุดสังเกตหมายเลขชานชาลา (Track)

จุดสังเกตตู้โดยสาร (Car No.)

การสังเกตตู้โดยสาร (Car.no)
การสังเกตหมายเลขตู้โดยสาร (Car No.)

จุดสังเกตที่นั่ง (Seat no.)

วิธีการเช็คหมายเลข ที่นั่ง รถไฟเกาหลี
วิธีการเช็คหมายเลขที่นั่งรถไฟ (Seat no.)

สรุปคือ : หากเรานั่งถูกที่ ก็ไม่จำเป็นต้องยื่นบัตรโดยสารให้เจ้าหน้าที่ตรวจ

Q&A คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการนั่งรถไฟในเกาหลี

1. เผลอไปนั่งรถไฟผิดขบวนจะต้องทำยังไง

มีรถไฟหลายสายที่ใช้ชานชาลาร่วมกัน แม้ว่าจะเห็นรถไฟมาจอดก่อนเวลาที่เราจะขึ้นแปปเดียวก็ตาม แต่รถไฟขบวนนั้นก็อาจจะไม่ใช่รถไฟขบวนที่เราจะต้องนั่งก็ได้ ให้เช็คที่ป้ายไฟด้านบนของชานชาลา หรือถามจากนายสถานีเพื่อความถูกต้อง แต่หากเผลอไปนั่งรถไฟผิดขบวน ให้พยายามติดต่อเจ้าหน้าที่ จะมีปุ่มฉุกเฉิน (Emergency Bell) ใกล้ ๆ กับทางขึ้น ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าเรานั่งผิดขบวนและยื่นจุดหมายปลายทางให้เจ้าหน้าที่ทราบ เจ้าหน้าที่จะแจ้งขั้นตอนในการเปลี่ยนขบวน หรือแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ได้อย่างทันท่วงที แต่ควรรีบบอกให้เร็วที่สุด

2. ไปขึ้นรถไฟไม่ทัน ทำยังไงดี

หากเกิดมีเหตุให้ไม่สามารถขึ้นรถไฟได้ทันเวลา เราสามารถไปทำเรื่อง ขอคืนเงิน (Refund/반환/환불) ได้ที่สถานี โดยจะได้รับเงินค่าตั๋วคืนหลังจากหักค่าธรรมเนียมเรียบร้อยแล้ว

ยกตัวอย่างเช่น ซื้อตั๋วมาในราคา 59,800 วอน ตกรถไฟ ขึ้นรถไฟไม่ทันและรถไฟได้ออกจากไปแล้ว 25 นาที เราจะเสียค่าธรรมเนียม 40% ของราคาตั๋ว เท่ากับว่าเราจะได้เงินคืน 59,800 (ค่าตั๋ว) – 23,920 (ค่าธรรมเนียม 40% ของราคาตั๋ว) = 35,880 วอน โดยค่าธรรมเนียมจะมากน้อยขึ้นอยู่กับเวลาที่ล่วงเลยมา ตามตารางดังนี้

หลังรถไฟออกไปแล้วค่าธรรมเนียมในการยกเลิกตั๋ว
20 นาที15% (ได้คืน 85% ของราคาตั๋ว)
20 นาที – 60 นาที40% (ได้คืน 60% ของราคาตั๋ว)
60 นาที – รถไฟถึงสถานีปลายทาง70% (ได้คืน 30% ของราคาตั๋ว)
หลังรถไฟถึงสถานีปลายทางไม่สามารถขอเงินคืนได้

3. จองตั๋วผิด อยากจะจองใหม่ ทำยังไงดี

รูปแบบจะเป็นเหมือนกับการคืนตั๋ว (Refund) และจองตั๋วใหม่ ซึ่งสามารถทำได้ 2 วิธี

ผ่านอินเทอร์เน็ต : สามารถเข้าไปยกเลิกตั๋วเดิม และทำการจองตั๋วใหม่ได้ที่เว็บไซต์ https://www.letskorail.com/ebizbf/EbizBfTicket.do เลือก Refund , กรอกข้อมูลที่ได้กรอกไว้เมื่อตอนจอง และสามารถขอรับเงินคืนได้ที่สถานีเท่านั้นและขอรับเงินคืนได้หลังจากเที่ยวรถไฟดังกล่าวได้ออกเดินทางไปแล้ว  อัพเดต : หากทำรายการด้วยบัตรเครดิตของไทย สามารถรับเงินคืนกลับเข้าบัตรเครดิตได้ทันทีเมื่อทำการยกเลิกตั๋วเดิม

หากจองผ่านแอพ KorailTalk (코레일톡) และใช้บัตรของธนาคารในเกาหลีในการซื้อตั๋ว เงินจะส่งเข้าไปในบัญชีภายใน 2-3 วันทำการ

ผ่านสถานี : สามารถติดต่อที่สถานีเพื่อทำการเปลี่ยนเส้นทางใหม่ได้ โดยเลือกจ่ายเป็นส่วนต่าง หรือรับเงินคืนหากเส้นทางใหม่มีระยะที่ใกล้กว่า โดยจะมีค่าธรรมเนียมในการยกเลิกตั๋วเดิมตามเวลาที่มาขอเปลี่ยนเส้นทางดังนี้

วันที่เดินทาง

ค่าธรรมเนียมในการยกเลิกตั๋ว (ก่อนเดินทาง)

1 เดือน – 1 วันก่อนเดินทาง

วันที่เดินทาง – 3 ชั่วโมงก่อนรถไฟออก

3 ชั่วโมงก่อนรถไฟออก – ก่อนเวลารถไฟออก

จันทร์-พฤหัสฯ

ฟรี (ได้เงินคืน 100%)

10% (ได้เงินคืน 90%)

ศุกร์-อาทิตย์, วันหยุดธนาคาร

ค่าธรรมเนียม 400 วอน

5% (ได้เงินคืน 95%)

10% (ได้เงินคืน 90%)

* หมายเหตุ : ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำอยู่ที่ 400 วอน (สมมติว่า ซื้อตั๋วที่เดินทางในวันศุกร์ ราคา 4,000 วอน ขอยกเลิกภายใน 3 ชั่วโมงก่อนรถไฟออก ตามหลักจะต้องได้คืน 95% = 3,800 วอน แต่ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำอยู่ที่ 400 วอน จึงจะได้รับเงินคืน 3,600 วอน)

อ้างอิง : KORAIL

4. จองตั๋วจากเน็ตแล้ว ต้องเอาตั๋วไปขึ้นใหม่ที่สถานีหรือเปล่า

ไม่จำเป็นต้องไปติดต่อที่เคาน์เตอร์ใดๆ เราสามารถนำเอกสารการจองตั๋วที่พิมพ์จากในเว็บไปขึ้นรถไฟได้เลย โดยให้ไปนั่งในตำแหน่งที่ถูกต้อง หากนั่งในตำแหน่งที่ถูกต้องแล้วก็จะไม่มีการขอตรวจสอบตั๋ว เนื่องจากข้อมูลผู้โดยสารตรงกับผังการนั่งแล้ว

5. จองตั๋วยืนแบบไม่ระบุที่นั่ง (Non-reserved) / ตั๋วอิสระ (Free seat) จะสามารถไปนั่งตรงไหนได้บ้าง

หากเราจองตั๋วใกล้กับระยะเวลาเดินทาง หรือมีผู้โดยสารจองเยอะจนทำให้ตั๋วแบบระบุที่นั่งเต็ม จะมีการเปิดจำหน่าย “ตั๋วชนิดไม่ระบุหมายเลขที่นั่ง” หรือภาษาเกาหลีเรียกว่า “입석 (อิพ-ซอก)” เราสามารถไปนั่งบริเวณที่นั่งที่ว่างได้ แต่ต้องเตรียมแสดงบัตรโดยสารให้กับพนักงานตรวจบัตรตลอดเวลา และหากเจ้าของที่นั่ง (ที่ถือตั๋วชนิดระบุที่นั่ง) แสดงตั๋วให้เรา ก็จะต้องลุกขึ้นและสละที่นั่งให้กับผู้ที่ถือตั๋วโดยสารปกติ

หรือสามารถไปนั่งบริเวณทางเข้า โดยจะมีเก้าอี้แบบพับได้ ให้ราสามารถเข้าไปนั่ง แต่อาจจะเต็มได้ในเส้นทางที่มีคนโดยสารเยอะ

non-reserved seat
ที่นั่งสำหรับผู้โดยสารที่จองตั๋วแบบ Non-reserved seat (입석)

สำหรับ “ตั๋วแบบอิสระ” หรือ “자유석 (ชา-ยู-ซอก)” จะเป็นลักษณะแบบมาก่อนได้ก่อน โดยจะมีห้องโดยสารเฉพาะรับรองผู้โดยสารที่ถือตั๋วแบบอิสระ โดยหมายห้องที่สามารถเข้าไปนั่งได้ จะระบุไว้อยู่บนตั๋วโดยสาร หมายเลขของห้องโดยสารที่ถือตั๋วอิสระ จะแตกต่างกันไปตามประเภทของรถไฟ เช่น รถไฟความเร็วสูง KTX (สายทั่วไป) จะอยู่ที่ตู้โดยสารหมายเลข 18, KTX สาย Sancheon อยู่ที่ตู้หมายเลข 8, รถไฟเซมาอึล (Saemaeul) อยู่ที่ตู้หมายเลข 5 เป็นต้น

โดยปกติแล้วตั๋วทั้งสองชนิด ไม่ว่าจะเป็นตั๋วไม่ระบุที่นั่ง หรือตั๋วแบบอิสระ จะมีราคาถูกกว่าตั๋วระบุที่นั่ง (ตั๋วปกติ)

อ้างอิง : 나무위키 : 자유석

หวังว่าเพื่อน ๆ จะได้คำตอบเกี่ยวกับการจองรถไฟเกาหลี ผ่านเว็บไซต์ และเห็นภาพรวมของขั้นตอนต่าง ๆ ที่จะได้เจอเมื่อต้องขึ้นรถไฟในเกาหลี ใครที่ได้ลองนั่งรถไฟเกาหลีดูสักครั้งจะพบว่าสะดวกสบาย สามารถชมความงดงามของธรรมชาติ ได้เห็นภูมิทัศน์ของเกาหลีที่สวยงาม หลากหลาย เห็นบ้านเรือน และผู้คน เป็นประสบการณ์ที่หาซื้อไม่ได้ถ้าไม่ได้มาลองนั่งด้วยตัวเอง

  ตรวจสอบโปรโมชั่นและโค้ดพิเศษสำหรับเดินทางท่องเที่ยวในเกาหลี :   Click !

 

ติดตามกันต่อ!

Facebook จะไปเกาหลี

Twitter จะไปเกาหลี (@Japai_Korea)