หน้าแรก ตามหาของกิน มาคิวแรกต้องได้กิน! – La FERME สลัดอะโวคาโด สเต็กไก่คูสคูส สูตรเฮลตี้

มาคิวแรกต้องได้กิน! – La FERME สลัดอะโวคาโด สเต็กไก่คูสคูส สูตรเฮลตี้

800

แม้ว่าฝนจะตกหนัก พายุจะเข้าเกาหลี ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เราก็ได้ไปตามหาสุดยอดร้านเด็ดแห่งย่าน “ฮานนัม (Hannam)” ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยร้านชิคๆ คูลๆ บรรยากาศผ่อนคลายมากมาย แน่นอนว่าเราก็พยายามแสวงหาแต่ละร้าน และหนึ่งในร้านที่ต้องไปตำให้ได้ที่สุดนั่นก็คือร้านนี้ “La Ferme”

La Ferme ฟังแค่ชื่อก็เฮลตี้

ชื่อร้านอ่านว่า “ลา-เพ่-รึม” ตามคำอ่านของภาษาเกาหลี (라페름) ซึ่งคำนี้มาจากภาษาฝรั่งเศสอ่านว่า “ลา-แฟร์ม” แปลว่า “ฟาร์ม” เขาการันตีเรื่องสุขภาพด้วยการเนรมิตทั้งร้านให้เป็นเหมือนป่าเขียวขจี บรรยากาศร่มรื่น ในร้านที่ขนาดไม่ได้ใหญ่มาก รองรับได้ประมาณ 15-20 ที่นั่ง เชื่อหรือเปล่าว่า ร้านเปิด 11.30 น. แถวแรกมาต่อรอเข้าร้านตั้งแต่ 11.00 น. และไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นพวกเราทีมงานจะไปเกาหลีเอง !!

La Ferme Brunch Cafe Itaewon
หน้าร้าน La FERME ตั้งอยู่ในถนน Itaewon 54

ร้านนี้เข้มงวดเรื่องการมายืนรอหน้าร้านมาก จริงๆแล้วจุดที่ยืนรอคือบริเวณถนนเนื่องจากว่าพื้นที่บริเวณนั้นเป็นส่วนของบ้านคนอาศัย เขากลัวเรื่องเสียงรบกวนเลยจัดจุดคิวให้ไปยืนรอหน้าถนน แต่เนื่องจากวันนี้ฝนตก และแม้ว่าฝนตกเราก็เกือบจะโดนปฏิเสธให้ไปยืนตากฝน (อะไรจะเข้มงวดขนาดนั้น) สุดท้ายศาลอนุมัติไกล่เกลี่ยบอกให้ยืนรอหน้าร้าน แต่ต้องเงียบที่สุด!

พนักงานเปิดให้เข้าตอน 11.27 น. เพื่อไปจับจองที่นั่ง แล้วบอกกับเราว่าพอ 11.30 น. เมื่อไรจะเริ่มรับออเดอร์ ซึ่งก็ตามนั้นจริงๆ 11.30 น. เป๊ะ ก็เริ่มเปิดให้รับออเดอร์ เรามีเมนูไว้ในใจแล้วนั่นก็คือ signature ของทางร้าน ซึ่งก็คือ Green Avocado Salad (15,800 วอน) และ Couscous Chicken Steak (19,200 วอน) เมนูแอบแพง แต่ก็แอบคาดหวังอยู่ลึกๆ นอกจากนี้ร้านยังมีเมนูสุขภาพอื่นๆ มีน้ำดื่มผลไม้ Botox รักษาสุขภาพมากมาย แต่ราคา 8,000 วอน ไม่ต่างอะไรจากข้าวมื้อหนึ่งดีๆนี่เองเลย (ข้ออ้างที่ไม่ได้ซื้อมาลองชิมและเกรงว่าจะเจ็บตัวไปอีกนาน)

เมนูของร้าน มีภาษาอังกฤษเขียนบอก
La ferme - Brunch cafe drinks
เครื่องดื่มโบท็อกซ์ สีสันดูน่ากิน แต่ราคาไม่น่าสู้

ด้วยความที่วันนี้ต้องได้กิน ก็มาเป็นคิวแรก และแน่นอนเราก็ได้สั่งเป็นคิวแรกด้วย

ใช้เวลาระหว่างรออาหาร สำรวจบรรยากาศภายในร้าน ก็พบว่ามีที่นั่งให้นั่งกันแบบโปร่งๆ อยู่ข้างนอกด้วย ตรงนี้ก็มีแอร์ปรับอากาศให้นั่งเย็นๆ

Green Avocado Salad สลัดเพื่อสุขภาพเอาใจคนรักอะโวคาโด

รออาหารสองรายการกว่าจะมาถึงใช้เวลาประมาณ 10 นาที เสิร์ฟก่อนเป็นเมนูแรกเลยก็คือ “สลัดอะโวคาโดเขียว (Green Avocado Salad)”

สลัดอะโวคาโดเขียว

เสิร์ฟมาในจานใหญ่ เรียงด้วยอะโวคาโดซอยเขียวเรียงแบบสวยงาม (พร้อมถ่ายรูป) ผักสลัดราดด้วยน้ำสลัดอร่อยๆ มีแซลมอน มะเขือเทศ และขนมปังนุ่มๆที่ราดด้วยซอสมูสอะโวคาโดปั่นกับส้มเช้ง ให้ความรู้สึกหอมมัน และสดชื่น

สลัดคำแรกก็รู้สึกว่าสดชื่น และสมกับการรอคอยจริงๆ ในฐานะนักชิมก็แอบตั้งความคาดหวังไว้สูงมาก เพราะโดนกดดันตั้งแต่จะให้รอคิวตากฝนแล้ว ถ้าเกิดไม่อร่อยขึ้นมางานนี้มีผิดหวังอย่างแน่นอน แต่คำแรกทำให้ลืมทุกอย่าง เป็นเมนูเฮลตี้ที่แพง แต่แกรนด์ แต่อร่อย

สเต๊กไก่คูสคูส – สูตรพิเศษด้วยเทคนิค sous-vide รักษาความสดใหม่ของไก่

“สเต๊กไก่คูสคูส (Couscous Chicken Steak)” อีกเมนูที่ตามมาติดๆ ไก่ชิ้นใหญ่ จัดใส่จานมาอย่างสวยงามอลังการ

Couscous chicken steak

ข้างถาดจะเห็นว่ามีภาษาเกาหลีเขียนแนบมาให้กับไก่ด้วย คงจะเป็นสตอรี่อะไรสักอย่าง

อ่านแล้วได้ใจความว่า #SOUS VIDE กรรมวิธีเพื่อสุขภาพจาก Laferme : เพื่อเป็นการรักษาความชุ่มฉ่ำของน้ำซุปจากเนื้อไก่ เราได้ใช้กรรมวิธีที่เรียกว่า sous-vide โดยแพ็คไก่ไว้ในถุงสูญญากาศแบบพิเศษ และนำไปทำให้สุกในน้ำร้อน 80 องศาเซลเซียสเป็นระยะเวลาหนึ่ง อาจเห็นสีเนื้อของไก่เป็นสีแดง ซึ่งเป็นส่วนของสีโปรตีนที่เรียกว่า Myoglobin โดยเมื่อให้ความร้อนสูงจะเปลี่ยนเป็นสีขาว แต่ในกรรมวิธีของ sous-vide จะยังไม่อยู่ในระดับที่เกิดการเปลี่ยนของสี ทำให้เห็นเป็นสีแดง ซึ่งไม่เป็นอันตรายและสามารถรับประทานได้”

แหม ฟังสตอรี่ของ sous vide ที่ใช้ไปในไก่แล้ว มาลองฟังสตอรี่ของ คูสคูส กันบ้าง!

ตอนแรกฟังดูก็ไม่คุ้นเคยเหมือนกันว่ามันคืออะไร จริงๆแล้วคูสคูส (Couscous) เป็นหนึ่งในอาหารสุขภาพ มันคือข้าวสาลีที่ผ่านกระบวนการบด จนกลายเป็นเม็ดเล็กๆที่เห็นเต็มจานเหมือนข้าวนี้ แต่ให้รสสัมผัสเหมือนกับธัญพืช นุ่มๆ กินเหมือนข้าว อร่อยไปอีกแบบ (แต่ปริมาณแคลอรี่เห็นว่าน้อยกว่าข้าว แต่อิ่มกว่า) ก็ไม่แปลกใจเลยที่คูสคูสจะถูกนำมาทำเป็นเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ และทั้งสองเมนูนี้ก็เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในร้านนี้

ไม่อยากให้พลาดสำหรับใครที่อยากจะหาสักมื้อดีๆ ที่ดีต่อใจ และดีต่อสุขภาพ ในบรรยากาศชิคๆแบบนี้ไม่ควรพลาดเลย

พิกัดร้าน : La FERME 

서울 용산구 이태원로54길 32
(32, Itaewon-ro 54-gil, Yongsan-gu, Seoul)

[Google Maps] [Naver Map]

เดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน ลงที่ สถานี Hangangjin (Line 6) ออก ประตูทางออก 3 เดินตรงมาเรื่อยๆจนเห็นซอยที่หน้าปากซอยมีโชว์รูมรถ Volkswagen เดินตรงมาผ่าน 2 ซอย เลี้ยวขวาเข้าซอยที่ 3 เดินตรงมาอีก 50 เมตรก็จะเห็นร้าน

เวลาทำการ : ทุกวัน 11:30 – 21:00 น. (เวลาเบรค : 15:00~16:00 น.) / ออเดอร์สุดท้าย 20:30 น.
วันอาทิตย์ 11:30 – 21:00 / ออเดอร์สุดท้าย 20:00 น.

Instagram ของร้าน : @_la_ferme

 

น่ากินแบบนี้ก็อย่าลืมปักหมุด เซฟลงในลิสต์ไว้ หรือจะแชร์ไปให้เพื่อนๆได้เห็นกันสักหน่อย เผื่อจะมีผู้ร่วมขบวนการเกิดขึ้นเพิ่มก็ได้นะ ^_^